5 เรื่องราวของ บิทคอยน์ (Bitcoin) จุดเริ่มต้นของการเทรดคริปโต

เชื่อว่าหลายคนในยุคที่ต้องทำงานกับระบบออนไลน์ ทั้ง work form home ก็ดี เรียนออนไลน์ก็ดี คงได้ผ่านหูคุ้นตาไปกับคำว่า บิทคอยน์ (Bitcoin) ไม่มากก็น้อย ถึงจะไม่เคยรู้จักเลย แต่อย่างน้อยก็ต้องเคยได้ยินบ้างแหละ เพราะ Bitcoin เป็นตัวการของการทำให้การ์ดจอขาดตลาดด้วยส่วนหนึ่ง ในวงการไอทีทั่วโลก กลับกัน ก็สร้างรายได้ให้คนรู้จักหรือคนรอบตัวไปมากมาย ในสังคมโซเชียล ทำให้หลายคนหันมาทำความรู้จักกับ Bitcoin มากขึ้น เพื่อต้องการที่จะลงทุนหรืออะไรก็ตามแต่ ทำให้คลิปเข้ามาในเว็บนี้ วันนี้ เว็บไซต์ GangTrading จะพามารู้จักกับ Bitcoin แบบ ถึงกึ๋นถึงเปลือกกันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น เตรียมตัวพร้อมให้ดีนะครับ ถ้าพร้อมแล้ว ก็ไปกันเลย!

เลือกเรื่องที่ต้องการจะอ่านก่อนหลังได้เลย

สารบัญ EP.1

1

5 เรื่องราวของ

บิทคอยน์ (Bitcoin) 

อ่าน
2

คริปโตเคอเรนซี่ (Crypto) คืออะไร

อ่าน
3

เจาะลึก! เทคโนโลยี Blockchain คืออะไร?

อ่าน

1. เรื่องราวของบิทคอยน์ มันช่างลึกลับ

ฺBitcoin กำเนิดมาเมื่อใดไม่มีใครทราบ แต่ถูกปรากฏขึ้นบนโลกราวๆ ช่วงปี 2008 – 2009 หรืออาจจะถูกค้นพบก่อนหน้านั้น แต่ไม่มีการเปิดเผยอย่างแพร่หลายก็เป็นได้

แต่ถ้าหากนับจากหลักฐานที่เห็นได้ชัด คงเป็นเว็บไซต์หนึ่ง ที่ถูกจดโดเมนนามว่า “Bitcoin.org” และต่อมาก็ได้มีบทความที่ถูกลิงค์ให้ผู้คนที่เข้าชมเว็บไซต์ดังกล่าว ได้เข้าไปอ่าน ในหัวข้อ “Bitcoin : A Peer – to Peer Electric Cash System” ที่ถูกเขียนโดยยูสเซอร์เนม ที่ตั้งชื่อตนเองว่า Satoshi Nakamoto

โดยไม่มีใครรู้ ว่า Satoshi Nakamoto นั้นคือใคร มีตัวตนจริงหรือไม่ ณ ที่แห่งใด แต่มีเพียงบทความและ White Paper เกี่ยวกับระบบของเขา ที่ถูกเผยแพร่ในโลกอินเทอร์เน็ตเท่านั้น

บิทคอยน์

Dorian S. Nakamoto บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับเรื่องนี้เลย ต้องมาตกเป็นประเด็นว่าเขาคือผู้สร้างบิทคอยน์ แต่แท้จริงแล้ว เพียงแค่เขามีชื่อเหมือนกันกับยูสเซอร์ดังกล่าวในเว็บนั้นเท่านั้น

 

“จนถึงปัจจุบัน ทั้งโลกยังคงไม่รู้ว่า ซาโตชิ นากาโมโตะ คือใคร??”

โดยบทความของเขา ได้พูดถึงเทคโนโลยีการทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตโดยปราศจากคนกลางอย่างธนาคารหรือรัฐบาลมาควบคุม หรือ เรียกง่ายๆ ในสมัยนี้ ก็คือ ระบบการโอนเงินแบบดิจิตอลผ่านเครือข่าย Peer to Peer ด้วยอินเทอร์เน็ตนั่นเอง

ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกใหม่ และฟังดูพิกลมากมาย เพราะในสมัยนั้น อินเทอร์เน็ตเพิ่งเป็นที่รู้จักในวงกว้างสำหรับบุคคลทั่วไป ได้ไม่ถึง 10 ปี เท่านั้น แม้กระทั่งเฟสบุคซ์เองก็ยังเพิ่งเริ่มเป็นที่รู้จัก และคำว่าโซเชียลมีเดียเองก็ยังไม่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย

จะเห็นว่าความทันสมัยในยุคสมัยนี้นั้นแตกต่างกันลิบลับเลย ทั้งในประเทศไทยเอง ยังไม่มีการนิยาม จ่าย โอน ออนไลน์ เพราะระบบการเงินยุคสมัยนั้น ต้องพึ่งพาตู้ ATM และ ธนาคารซะเป็นส่วนใหญ่ การโอนเงินไปยังบุคคลอื่นจะต้องไปทำที่ธนาคาร หรือหน้าตู้ ATM เท่านั้น 

เพราะฉะนั้น การโอนเงินผ่านอินเทอร์เน็ตโดยไร้ตัวกลางควบคุม จึงกลายเป็นสิ่งที่นอกจากจะแปลกใหม่สุดขั้วแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ผู้คนต่างไม่ไว้วางใจ และหวาดกลัวว่าจะเป็นกล ลวง กลหลอกในโลกอินเทอร์เน็ต หรือไม่ นั่นเอง

2. สกุลเงินที่ถูกด้อยค่า

ด้วยความที่ Bitcoin ไม่ได้มีตัวกลางเป็นรัฐบาลใดในโลก ทำให้ไม่มีการควบคุมบิทคอยด์ได้ (decentralized) จึงไม่มีชื่อเรียกสกุลของตัวเองเช่น บาท หรือ ดอลล่าห์ จึงทำให้ Bitcoin เรียกตัวเองว่า สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) และไม่ใช่เงินสด (Fiat Money) 

การโอนของ Bitcoin นั้น ไม่ใช่การโอนเงินจาก เงินบาท (THB) ซึ่งเป็นเงินสกุลไทย เป็น เงินสกุลไทยด้วยกัน หรือเงินสกุลดอลลาห์ (USD) แต่เป็น การโอนเงินที่มีสกุลนามว่า Bitcoin (BTC) ไปเป็น สกุลนามว่า Bitcoin (BTC) นั่นเอง ดังนั้น Bitcoin จึงนิยามตัวมันเอง ว่าเป็น “สกุลเงินที่พึ่งพาระบบสำหรับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์โดยปราศจากตัวกลาง”

บิทคอยน์

โดยการแลกเปลี่ยนเงินในสมัยนั้น เงินมูลค่า 35 – 36 บาทไทย ถ้าถูกแลกเปลี่ยนเป็น เงินดอลล่าห์ จะได้ราวๆ 1 USD

แต่สำหรับ Bitcoin ในตอนนั้น เงินเพียง 1 USD จะถูกแลกเปลี่ยนได้มากถึง 1,309 BTC

ด้วยมูลค่ำที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เรียกว่า เอาเงิน 1 USD ไปซื้อข้าวกินยังจะคุ้มค่ากว่า (ข้าวสมัยนั้น 25 – 30 บาท แถมได้น้ำด้วย 5 บาท)

แล้วจะเอาเงิน 35 บาท ไปซื้ออะไรก็ไม่รู้ ที่เราไม่รู้จัก ซ้ำยังกลัวโดนหลอกลวงอีก  ทำให้คนส่วนมาก ที่ได้ยิน หรือ ได้พบกับเจ้า Bitcoin ในตอนนั้น แทบจะ ไร้ค่าเลยทีเดียว (เผลอๆ คนสมัยนั้น คิดว่า ขยะยังมีประโยชน์กว่าเสียอีก ขยะแลกได้ Recycle ได้ หยิบจับได้จริงๆ แต่ Bitcoin นั้นเหมือนอากาศ จับต้องไม่ได้ 555)

3. บิทคอยน์กับภาพลักษณ์แรก

และนอกจากวิธีการแลกเปลี่ยนที่ดูสุดแสนจะไม่คุ้มแล้ว ยังมีวิธีการค้นพบ Bitcoin ที่แสนจะประหลาด นั่นก็คือ Bitcoin สามารถถูกค้นพบได้ตามเว็บไซต์ที่มีหน้าตาดูล้ำยุค (ในยุคนั้นเรียกว่าประหลาด) ที่ดูขาดความน่าเชื่อถือ และเว็บไซต์เหล่านี้ ก็ต้องการให้ทำบางสิ่งบางอย่างที่คนส่วนใหญ่ คิดว่าเป็นไวรัส หรือ Scam เช่น การคลิกโฆษณา การคลิกเบท การส่ง จดหมาย Email ลูกโซ๋ให้เปิดอ่าน โดยจะจ่ายเงินเป็นบิทคอยน์นั่นเอง

การถูกค้นพบแบบนี้จากคนทั่วไปในลักษณะนี้ หลายคนจะมองว่าทั้งเว็บและ Bitcoin เป็นไวรัสทันที (ลองจินตนาการดูนะในสมัยนั้น Windows XP ยังนิยมอยู่ แล้ว Windows XP ติดไวรัสง่ายแค่ไหน เดือดร้อนต้องไปหาแอนติไวรัสกันชุลมุน)

หนำซ้ำ ยังมีคนเปิดใจ ลองทำตามเงื่อนไขของเว็บ แต่ก็ค้นพบว่า บางเว็บเป็นไวรัสจริง บางเว็บคลิกได้จริง แต่ไม่จ่ายเงิน บางเว็บจ่ายจริง แต่ก็เอาไปเก็บหรือไปทำอะไรต่อไม่ได้ ทำให้การบอกต่อในแง่ลบของ Bitcoin นั้น ค่อยๆทวีคูณเพิ่มขึ้น จนกลายเป็นสิ่งหลอกลวงในที่สุด

แต่แท้จริงแล้ว Bitcoin ที่ผู้สร้างเว็บไซต์ต่างๆ นำมาแจกจ่ายนั้น ไม่ว่าจะเป็นช่องทางขาวหรือเทาก็ตาม ผู้สร้างนั้นหา Bitcoin ได้จากการ ขุด Bitcoin นั่นเอง 

4. การขุดบิทคอยน์เป็นอย่างไร

บิทคอยน์

โดยการขุด Bitcoin จะใช้วิธีการถอดรหัส Algorithms ของแต่ละชุดตัวเลขเพื่อแก้สมการทางคณิตศาสตร์ให้สำเร็จก่อนนักขุดคนอื่นในเครือข่าย หากเดาถูก จะได้รับข้อมูลการธุรกรรมชุดใหม่ลงไปในเครือข่าย และจะได้เหรียญ BTC เป็นรางวัลนั่นเอง

การขุดบิทคอยน์จึงเปรียบเสมือนการขุดถ้ำหาทอง เครื่องขุด Bitcoin ก็เปรียบเสมือนอุปกรณ์ขุดเจาะหาทองคำ ใครเครื่องดีกว่า เครื่องเยอะกว่า ก็มีสิทธิ์จะหาทองคำเจอก่อน

และเครื่องที่ใช้ในการขุดบิทคอยน์ในตอนนั้น ก็คือ เครื่อง ASIC (Application-specific Integrated Circuit) ซึ่งผู้ที่ต้องการ Bitcoin แต่ไม่ต้องการไปเล่นเว็บไซต์ที่อาจจะเป็น Scam ดังกล่าว ก็จะหา  Bitcoin ด้วยระบบการขุดแทน ซึ่งก็ต้องลงทุน ซื้อเครื่องเหล่านี้มาขุดนั่นเอง

โดยเจ้าเครื่อง ASIC มีราคาค่อนข้างสูง และถูกสร้างมาสำหรับการใช้ขุด Bitcoin โดยเฉพาะ จึงนิยมใช้ขุด Bitcoin มากที่สุด ซึ่งแตกต่างจากปัจจุบัน ที่วิธีการหา Bitcoin จะผันมาใช้ ซีพียู หรือ การ์ดจอ ที่มีประสิทธิภาพสูง ในการถอดรหัสแทนเครื่อง ASIC เนื่องจาก ราคาถูกกว่า และหาได้ง่ายมากกว่า รวมถึง เมื่อขุดจนหมดสภาพแล้ว นำไป Recycle เป็นเงิน ได้ง่ายกว่าเครื่อง ASIC ด้วย แต่การ์ดจอจะถูกนำไปขุดเหรียญสกุลอื่นๆ เช่น ETH มากกว่า BTC เพราะไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อถอดรหัส Bitcoin โดยเฉพาะ แต่สุดท้ายก็นำเหรียญอื่นๆ ที่ขุดได้ ไปแลก BTC อยู่ดี บิทคอยน์ จึงเป็นส่วนหนึ่ง ที่เป็นบ่อเกิดของการทำให้การ์ดจอขาดตลาดในที่สุด

5. จุดเริ่มต้นการเทรดในที่สุด

อย่างไรก็ตาม การขุด Bitcoin ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่อาจจะมองว่าลงทุนเพื่ออะไร หรือไร้ค่า ก็สามารถทำให้เกิดงานจ่าย BTC แลกกับโฆษณาในเว็บไซต์ต่างๆได้ ก็นับว่าเป็นการแลกเปลี่ยน (Transection) Bitcoin ให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น

อย่างน้อยบิทคอยน์ก็มีประโยชน์ในการสร้างให้คนมาคลิกล่ะวะ

พอมีคนเริ่มใช้ Bitcoin กันมากขึ้น ก็จะมีการ เก็บ แลกเปลี่ยน กันมากขึ้น ทำให้มีคนบางกลุ่ม ไม่สนใจว่าเงินดิจิทัลของเขา ที่ไม่มีแบงค์หรือเหรียญให้จับจริงๆ แต่เป็นรหัสคอมพิวเตอร์อยู่ในเครือข่าย ไม่ว่าจะได้จริงหรือไม่จริง มีค่าจริงหรือไม่ ก็เก็บเอาไว้ตลอด เมื่อมีปริมาณมากขึ้น จึงทำให้เกิดการ แลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินจริงๆ เกิดขึ้นมาในกลุ่มคนที่เชื่อใน Bitcoin เหล่านั้น ระหว่างคนที่มีเงินจริงๆ กับ เงินดิจิทัล และเมื่อมีการแลกเปลี่ยนเป็นเงินจริง ก็จำเป็นต้องมีคนกลางก็คือ โบรกเกอร์นั่นเอง จึงถือกำเนิด การเทรดบิทคอยน์ (BTC) กับเงินสกุลต่างๆ (Fiat Money) ขึ้นในที่สุด ^^

บิทคอยน์ในปัจจุบัน

Bitcoin ในปัจจุบัน ไม่น่าเชื่อว่ากลายเป็นสินทรัพย์ที่ องค์กร สถานบัน ใหญ่ๆ และ รัฐบาลต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่อเกร็งกำไร เทรดเพื่อเกร็งกำไร และมีโบร๊กเกอร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ต่างประเทศ หรือในประเทศไทย ที่ลองรับโดย กลต. ไทย อย่างถูกกฏหมาย ทำให้คนธรรมดาสามารถลงทุนเทรด หรือขุดเหรียญเก็บไว้ นำไปแลกเป็นเงินจริงได้ และด้วยความที่มันเริ่มถูกมองเป็นสินทรัพย์มากขึ้นเรื่อยๆ ดุจดั่ง ทองคำในโลกดิจิทัล บางแห่งสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินจริงๆได้อย่างเช่น คอนโด บ้าน หรือ แม้กระทั่งซื้อ รถไฟฟ้า Tesla ทำให้มันมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีวันลดลงเลย

โดยมูลค่าปัจจุบันของมันนั้น โตขึ้นเป็นพันๆหมื่นๆ % เมื่อเทียบกับวันแรก จาก 1,306 BTC = 35 บาท ตอนนี้มีมูลค่าถึง 1 BTC = 2 ล้านบาท!!! 

จึงทำให้เป็นที่ดึงดูดอย่างยอดเยี่ยมต่อนักขุด Bitcoin ทั้งหลาย และยังยอดนิยมในหมู่นักเทรดรองจากหุ้นเลยทีเดียว!  เพราะฉะนั้น  Gangtrading จึงแนะนำว่าโปรดใช้วิจารณญาณให้ถี่ถ้วนก่อนลงทุน และ GangTrading เป็นเพียบเว็บไซต์ให้ความรู้เท่านั้น 

อ่านเรื่องต่อไป  >> Cryptocurrency คืออะไร? เรียนรู้ก่อนเริ่ม Trade crypto คือหนทางสู่ความสำเร็จ

สมัครเทรดคริปโตกับ Binance >> ลิงค์สมัคร

 

 

 – Non Financial Advice – 

 

 

Facebook Comments Box